ในปัจจุบัน ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการเงินและการลงทุน คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า Forex หรือ FX และอาจจะเคยผ่านตาหรือได้ยินผ่าน ๆ หูใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นจากข่าวเศรษฐกิจ หรือในโลกออนไลน์ ตลาดนี้อาจจะดูน่ากลัวสำหรับมือใหม่ เพราะข่าวการฉ้อโกงต่าง ๆ ดังนั้นในบทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจกลไกตลาด FX ตั้งแต่พื้นฐาน กลไกการทำงานของตลาด ไปจนถึงความเสี่ยงที่จะต้องระวังเอาไว้ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
FX คืออะไร
FX หรือ Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีราคาของแต่ละสกุลเงินผันผวนตาม Demand และ Supply และยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ราคาทอง ราคาน้ำมัน หรืออัตราเงินเฟ้อ รวมไปถึงเหตุการณ์ในประเทศ
หัวใจหลักของ FX คือการเก็งกำไรระหว่างสกุลเงินสองสกุล จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ เช่น เมื่อเดินทางไปเที่ยวอเมริกา จะต้องเอาเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เงินที่แลกได้มากขึ้น น้อยลงขึ้นอยู่กับอัตราการแลกเปลี่ยนในขณะนั้น
จุดเด่นของ FX
- เปิดตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในวันจันทร์-ศุกร์ ไม่รวมวันหยุด ตลาดหมุนเวียนไปตามศูนย์กลางการเงินโลก ตั้งแต่ออสเตรเลีย เวียนไปจนถึงสหรัฐอเมริกา
- ผู้เล่นในตลาดมีจำนวนมหาศาล ทำให้มีสภาพคล่องสูง และซื้อขายรวดเร็ว
- สามารถทำกำไรได้ทั้งสองทาง ทั้งในช่วงที่ตลาดขาขึ้นหรือขาลง
- ซื้อขายผ่านเครือข่ายธนาคารและโบรกเกอร์ทั่วโลกได้เลย ไม่มีการขายผ่านตลาดกลางที่เดียว
การจับคู่สกุลเงินใน FX
ในตลาด FX การซื้อขายสกุลเงินต่าง ๆ จะต้องมีการจับคู่สองสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อและขายที่ประกอบไปด้วย
- สกุลเงินหลัก (Base Currency) สกุลเงินแรกของคู่ ที่ใช้ตั้งต้นเพื่อเทียบว่าจะต้องนำสกุลเงินอ้างอิงไปแลกในจำนวนเท่าไร
- สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) สกุลเงินที่สองในคู่ เป็นสกุลเงินที่ใช้แลกเพื่อซื้อสกุลเงินหลัก
ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/USD = 1.1854
- สกุลเงินหลักคือ ยูโร (EUR)
- สกุลเงินอ้างอิงคือ ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
หมายความว่า 1 ยูโร มีค่าเท่ากับ 1.1854 ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: Investopedia – “Forex: Identifying Trending and Range-Bound Currencies”
รายชื่อคู่สกุลเงินหลักใน FX
การจับคู่ในตลาด FX มีหลากหลายคู่มาก แต่คู่หลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุน และมีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด จะมี 7 คู่หลักดังนี้
- EUR/USD
- USD/JPY
- GBP/USD
- AUD/USD
- USD/CAD
- USD/CHF
- NZD/USD
ถึง 7 คู่สกุลเงินหลักนี้จะมีความผันผวนที่สูง แต่กลับมีค่าสเปรดต่ำ ทำให้เป็นประโยชน์กับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
ศัพท์เทคนิคในตลาด FX
สำหรับมือใหม่ ในการทำความเข้าใจศัพท์พื้นฐานในวงการ FX จะช่วยให้เข้าใจและวิเคราะห์การเทรดได้ง่ายขึ้น
- โบรกเกอร์ (Broker) ตัวกลางในการให้บริการซื้อขายในตลาด FX ให้กับผู้ลงทุน
- Pip (Percentage in Point) เป็นหน่วยที่ใช้วัดการเคลื่อนไหวของค่าเงินในตลาด FX โดยทั่วไปจะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 แต่ในคู่เงิน JPY จะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 2
- เลเวอเรจ (Leverage) คือการใช้เงินจำนวนน้อย ใช้ซื้อขายมูลค่าสูงขึ้นเกินกว่าเงินทุน เสมือนการได้รับการสนับสนุนจากโบรกเกอร์ เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นถ้าขาดทุน
- สเปรด (Spread) เป็นเหมือนค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้โบรกเกอร์ โดยมาจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ค่าสเปรดน้อยเป็นผลดีต่อนักลงทุน
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินใน FX
ค่าเงินของแต่ละสกุลเงิน ไม่ได้ขยับขึ้นลงตามการตัดสินใจของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเงินไปจนถึงสถานการณ์ทางการเมือง
- อัตราดอกเบี้ย หากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มักดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ
- ตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการว่างงาน , GDP, อัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดีมักจะหนุนให้ค่าเงินแข็งขึ้น
- สถานการณ์การเมือง เช่น สงคราม หรือรัฐประหาร ความไม่สงบมักทำให้สกุลเงินของประเทศนั้น ๆ อ่อนค่าลง และสกุลเงิน Safe Haven เช่น ทองคำ, USD หรือ CHF แข็งค่าขึ้น
เริ่มต้นลงทุน FX อย่างไรให้ปลอดภัย
การลงทุน FX มีความเสี่ยงสูง อาจจะไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะบริการ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ตลาด FX มีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงต่อการขาดทุน ไม่ควรลงทุนด้วยเงินทุนที่ไม่สามารถสูญเสียได้
ศึกษาหาความรู้
อย่าเพิ่งรีบลงทุน อ่านเกี่ยวกับวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ เช่น การอ่านกราฟ หรือแท่งเทียนให้เข้าใจและมั่นใจก่อน
เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ
ไม่ควรเลือกโบรกเกอร์แค่เฉพาะผลตอบแทนที่สูง ตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือในการฝากถอนเงินเสมอ และเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก เช่น
- FCA (สหราชอาณาจักร)
- ASIC (ออสเตรเลีย)
- หรือ CySEC (ไซปรัส)
ในปัจจุบันยังไม่มีโบรกเกอร์ FX รายไหนที่ได้รับใบอนุญาตรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไทย การลงทุนผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ หากเกิดปัญหาฉ้อโกงจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายผ่านหน่วยงานไทยได้
ฝึกฝนด้วยบัญชีจำลอง (Demo Account)
เป็นระบบที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ให้ทดลองเทรดด้วยเงินปลอม ที่สามารถฝึกจนกว่าจะทำกำไรได้และเข้าใจระบบเทรดอย่างแท้จริง
บริหารความเสี่ยง
เริ่มต้นด้วยเงินเย็นน้อย ๆ เท่านั้น และควรมีจุดหยุดเมื่อขาดทุน (Stop Loss) ไม่ปล่อยให้ลุกลาม
สรุปส่งท้าย
การลงทุนในตลาด FX ต้องอาศัยความรู้ วินัย และประสบการณ์ ไม่ใช่หนทางลัดที่จะพาไปสู่ความรวย เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การรักษาเงินทุน และไม่ให้ตัวเองขาดทุนมากเกินไปให้ได้นานที่สุดสำคัญมากกว่าการได้กำไรเยอะ ๆ เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่กี่ครั้ง อาจจะทำให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมดที่ลงทุนไปได้
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนล้วนมีความเสี่ยงเสมอ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะการลงทุนให้เพียงพอก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในตลาดใด ๆ
